แนะนำหนังสือการ์ตูน Usagi Drop

June 14, 2010 at 6:50 pm (Manga)

คุณตาของ “ไดคิจิ” เสียชีวิตลง ทำให้เขาต้องลางานกลับบ้านเกิดเพื่อร่วมพิธีศพของคุณตา และ ณ ที่บ้านของคุณตานั่นเอง เขาได้พบกับ “ริน” เด็กหญิงวัย 6 ขวบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ไดคิจิรู้ทีหลังว่ารินเป็นลูกนอกสมรสของคุณตา และไม่มีใครรู้ว่าแม่ของรินเป็นใคร เมื่อคุณตาเสียไปแล้ว รินก็เลยกลายเป็นเด็กกำพร้าขึ้นมาทันที เหล่าญาติพี่น้องของไดคิจิต่างก็ถกเถียงกันว่าจะทำยังไงกับริน ไม่มีใครอยากรับรินไปดูแลเพราะต่างก็เห็นว่ารินเป็นความอับอายของวงศ์ตระกูล

ท่ามกลางการถกเถียงกันนั้น ไดคิจิก็ทนไม่ไหวและประกาศตัวขอรับรินไปดูแลเอง ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ยังไม่มีครอบครัวและไม่มีประสบการณ์การเลี้ยงเด็กมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ถ้านับศักดิ์กันจริงๆ แล้ว รินก็คือน้าของไดคิจินั่นเอง

การ์ตูนเรื่องนี้พาเราไปพบกับไดคิจิ หนุ่มโสดวัย 30 ปี กับเรื่องวุ่นๆ ในการใช้ชีวิตร่วมกับริน น้าหญิงอายุ 6 ขวบของเขา ซึ่งทำให้ชีวิตของเขาต้องพลิกผันไปโดยสิ้นเชิง การเดินเรื่องของการ์ตูนเรื่องนี้จัดว่าเป็นไปอย่างช้าๆ แต่สำหรับผมแล้ว จังหวะของเรื่องกลับไม่น่าเบื่อเลย เนื้อเรื่องค่อยๆ ดึงดูดผู้อ่านเข้าไปในเรื่องได้อย่างกลมกลืน กับโทนของเรื่องที่อบอุ่นและสมจริงสมจัง จุดด้อยก็คงจะเป็นที่ลายเส้นที่ไม่น่าดึงดูดเท่าไหร่ ตัวเอกอย่างไดคิจิจัดว่าเป็นตัวเอกที่หน้าตาแย่ที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ (แต่ผมว่านี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของความสมจริงด้วย)

ระยะเวลาในเรื่องดำเนินตั้งแต่รินอายุ 6 ขวบ ไปจนถึงตอนที่รินเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น (ในเล่มปัจจุบันและยังไม่จบ) การ์ตูนเรื่องนี้จัดอยู่ในกลุ่ม Josei คือการ์ตูนผู้หญิงสำหรับวัยผู้ใหญ่ แต่ผมว่าเป็นการ์ตูนที่กลางมากๆ ใครๆ ก็อ่านได้ ใครที่อ่านการ์ตูนแนวตลาดจนเบื่อแล้ว ผมแนะนำให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านเรื่องนี้กันดูครับ เฉพาะเนื้อเรื่องผมให้เต็มสิบเลย แต่โดยรวมคงต้องหักคะแนนลายเส้นกันหน่อยครับ

เข้าใจว่าเรื่องนี้ยังไม่มีใครซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาแปลในไทย แต่ถ้าไม่เกี่ยงภาษาอังกฤษก็เข้าไปอ่านกันก่อนได้ที่ OneManga ครับ (http://beta.onemanga.com/Usagi_Drop/) ตอนนี้ออกมาได้ 28 ตอนแล้ว ส่วนภาษาไทย ผมเห็นมีกลุ่มหนึ่งเริ่มแปลกันแล้ว ตั้งชื่อเรื่องว่า “ป้าของผมอายุ 6 ขวบ” (จริงๆ ตามศักดิ์แล้วต้องเป็นน้านะครับ เพราะเป็นน้องของแม่) แต่ผมเห็นเพิ่งออกมาได้ตอนเดียว และมีที่แปลผิดๆ ถูกๆ อยู่เยอะทีเดียว ส่วนตัวผมแนะนำให้อ่านภาษาอังกฤษดีกว่าครับ เพราะภาษาไทยนอกจากจะแปลผิดๆ ถูกๆ แล้วผมคิดว่าสำนวนการแปลยังต้องปรับปรุงอีกเยอะเลยครับ

Permalink 2 Comments