左 กับ 右 — สองข้างที่ต่างกัน

February 20, 2010 at 6:20 pm (Languages)

สำหรับหลายๆ คนแล้ว กระดูกชิ้นโตที่ขวางเส้นทางการเรียนภาษาญี่ปุ่นก็คงจะไม่พ้นการเรียนอักษรค้นจิ นอกจากจะต้องจดจำอักษรที่แตกต่างกันนับพันตัวแล้ว แต่ละตัวยังมีคำอ่านได้หลายแบบขึ้นอยู่กับตัวอักษรรอบข้างอีกด้วย แม้แต่ประเทศต้นกำเนิดตัวอักษรนี้อย่างประเทศจีนก็ยังไม่กำหนดคำอ่านหลายๆ แบบให้มันวุ่นวายขนาดนั้น (แน่ล่ะว่ามีกรณียกเว้นเหมือนกัน แต่เท่าที่ผมรู้ก็น่าจะน้อยมากๆ)

ส่วนตัวผมเอง ผมยังคงสนุกกับการเรียนรู้ตัวอักษรใหม่ๆ อยู่ คงเหมือนช่วงฮันนีมูนที่อะไรๆ ก็ยังใหม่อยู่ ดูน่าตื่นเต้นน่าค้นหาไปซะหมด นานๆ ไปแล้วเมื่อความตื่นเต้นมันจางหายไป สิ่งที่เหลืออยู่ก็อาจจะเป็นแค่วัตรปฏิบัติรายวันที่น่าเบื่อเท่านั้น จะเป็นยังงั้นหรือเปล่าก็คงต้องปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กันอีกที

คนที่หัดเขียนตัวคันจิรู้ดีว่าสิ่งที่สำคัญอันหนึ่งที่ต้องฝึกฝนและจดจำคือลำดับการเขียนเส้น การฝึกลำดับการเขียนเส้นให้คล่องแคล่วและแม่นยำจะทำให้เขียนได้เร็วและจดจำตัวอักษรได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ถ้าไม่ใส่ใจ เขียนไปตามมีตามเกิด มันก็จะกลายเป็นเหมือนมวยวัด ต่อยสะเปะสะปะไม่มีรูปแบบ ยากที่จะขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นไปได้

ผมเองก็พยายามจะฝึกลำดับการเขียนเส้นตามรูปแบบมาตรฐานของญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่บางทีก็ต้องเจออะไรแปลกๆ ที่ทำให้ผมต้องกลับมานั่งงงว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างงี้วะ…

ตัวอย่างหนึ่งที่ผมแปลกใจมากก็คือสองตัวนี้ — 左 (hidari) กับ 右 (migi) ซึ่งแปลว่า “ซ้าย” กับ “ขวา”

อักษรทั้งสองนี้ดูเผินๆ ก็ไม่ต่างกันมาก มีเส้นแนวนอนด้านบน มีเส้นแทยงทางซ้าย ที่ดูจะต่างกันก็แค่ 左 มีตัว H ตะแคงอยู่ด้านล่าง ส่วน 右 มีกล่องสี่เหลี่ยมอยู่ที่เดียวกัน ก็เท่านั้น

ผมเปิดหนังสือคัดตัวอักษรคันจิดู ตัว 左 มีลำดับการเขียนเส้นแบบนี้


(รูปจาก [1])

เริ่มจากการเขียนเส้นแนวนอนด้านบนก่อน ตามด้วยเส้นแทยงทางซ้ายมือ แล้วก็เส้นที่เหลือ

ส่วนตัว 右 มีลำดับแบบนี้


(รูปจาก [1])

เริ่มจากเส้นแทยงก่อน แล้วตามด้วยเส้นแนวนอนด้านบน แล้วก็เส้นที่เหลือ

เฮ่ย! นี่มันอะไรกัน?

ตัวอักษรสองตัวที่มีรูปแบบคล้ายๆ กัน ความหมายเกี่ยวข้องกัน ทำไมมีลำดับที่ต่างกันได้

ผมปล่อยให้ตัวเองงงอยู่หลายอาทิตย์ ก่อนที่จะหายโง่ นึกได้ว่าผมยังมี Google เป็นเพื่อน ก็เลยลองค้นดูซักหน่อยว่ามันเป็นเพราะอะไร

คำอธิบายแรกที่เจอ คือ จริงๆ แล้วถึงแม้สองเส้นแรกจากทั้งสองตัวจะดูคล้ายๆ กัน แต่ความจริงมันไม่เหมือนกัน ตัว 左 เส้นแทยงจะยาวกว่าเส้นนอน ในขณะที่ตัว 右 เส้นนอนจะยาวกว่าเส้นแทยง และเค้าให้เขียนเส้นที่สั้นกว่าก่อน

ทำไมหว่า? คำว่าซ้ายกับคำว่าขวา ความหมายก็เกี่ยวข้องกัน ทำไมต้องเขียนให้มันต่างกันแบบนั้น ผมจึงค้นต่อไป และเจอข้อมูลเพิ่มเติมที่คลายความข้องใจของผมได้ในที่สุด

จากรูปภาพที่เขียนลงบนกระดาษทิชชู่โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรจีน และมีคนสแกนเอามาลงบนเว็บบอร์ด [2] ไว้


(รูปจาก [2])

อักษรทั้งสองตัวนี้มีต้นกำเนิดจากตัวอักษรโบราณที่พยายามเลียนแบบรูปมือซ้ายและมือขวาเมื่อหลายพันปีก่อน ในเวลาต่อมาทางฝั่งมือขวาก็มีการเติมรูปถ้วยชามลงไป เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นมือที่เอาไว้ใช้ส่งอาหารเข้าปาก และคงจะเพื่อความสมดุล จึงได้มีการเติมสัญลักษณ์แทนเครื่องมือวัด (เช่นไม้บรรทัด) เข้าไปทางฝั่งมือซ้าย วิวัฒนาการของตัวอักษรทำให้หลายพันปีต่อมา แขนของมือขวาและนิ้วของมือซ้ายกลายเป็นเส้นแนวนอนด้านบน และเพราะแขนมันยาวกว่านิ้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเส้นแนวนอนกับเส้นแทยงของคำว่าขวาและคำว่าซ้ายจึงต่างกัน

จึงอธิบายได้เช่นนี้แล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

[1] Miller, A. R., Kanji Stroke Order, http://infohost.nmt.edu/~armiller/japanese/strokeorder.htm

[2] Eyedunno, Wakan Project Website, Post Topic “Kanji Stroke Order”, http://wakan.manga.cz/forum/viewtopic.php?t=836

Advertisements

2 Comments

  1. Bas said,

    สุดยอดดด!!!

    จารย์ ไปหามาจากที่ไหนนิ อ่านแล้วอึ้งมาก

    • poonna said,

      ก็ต้องขอบคุณ Google ล่ะนะบาส ที่ช่วยให้แก้ข้อสงสัยได้

      ถ้าอยากรู้ว่าเอารูปพวกนี้มาจากไหนก็ดูที่แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่อยู่ตรงท้ายบทความนี่เลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: